อัตราส่วนค่าใช้จ่าย |
ร้อยละ |
หนี้เงินกู้ ซื้อบ้าน ซื้อรถ ฯลฯ |
30 |
ภาษี |
25 |
เบี้ยประกัน ประกันชีวิต ประกันสุขภาพ |
4 |
เงินออมและเงินลงทุน |
15 |
ค่าใช้จ่ายทั่วไปและค่าใช้จ่ายในบ้าน |
26 |
กำหนดเป้าหมาย
เอาละ... กำหนดงบฯ ได้แล้ว ที่สำคัญคือต้องตระหนักว่าการใช้เงินเกินเป็นเรื่องอันตราย แม้จะไม่ทำให้ล้มละลายทันทีทันใด แต่เป็นสัญญาณเตือนภัยให้รู้ว่า จำเป็นอย่างยิ่งที่เราจะต้องตัดรายจ่ายบางอย่างลง การจะบรรลุ เป้าหมายทางการเงินอย่างที่ฝันไว้ได้นั้น ขอแนะนำให้ควบคุมการใช้จ่ายให้ได้ตามงบ คือ ไม่เกินร้อยละ 90 ของรายได้ ที่เหลือจะได้นำไปต่อยอดต่อไป
ตัดใจจากของสวยๆ งามๆ ที่อยู่ในรูป ของจำเป็น
บ่อยมากที่เรามีรายจ่ายมากกว่ารายได้ และเมื่อสืบหาเหตุแล้วจะพบว่าเป็นเพราะเราเป็นพวกรสนิยมสูงเกินรายได้ พูดง่ายๆ คือใช้เงินไปกับของฟุ่มเฟือยมากไปหน่อย โดยตอนจ่ายมักจะมีข้ออ้างว่าระดับของกับระดับราคาและระดับความต้องการของเรา สมเหตุสมผลแล้ว ทั้งที่จริงๆ แล้ว ของดีมีระดับที่ว่านั้นหาใช่ข้าวของที่จำเปนกับชีวิตในระดับเราแต่อย่างไร
หากก็มีรายจ่ายบางอย่างที่สูงกว่าที่ควรจะเป็น แต่เป็นเรื่องที่สมเหตุสมผล ตัวอย่างเช่นในเรื่องการศึกษา ปกติแล้ว แต่ละครอบครัวจะมีเงินด้านการศึกษาอยู่ที่ร้อยละ 2 ถึง 3 แต่ถ้าคุณส่งลูกเรียนโรงเรียนเอกชน ทำปริญญาในต่างประเทศ หรือคุณเองเข้าศึกษาเพิ่มเติมเพื่อปรับ-ขยับระดับความรู้ความสามารถในคอร์สพิเศษอย่างบริหารธุรกิจ การบริหารจัดการ ฯลฯ แม้จะต้องจ่ายเพื่อการนี้มากกว่าปกติ แต่เพื่ออนาคตทางการงาน รายจ่ายแบบนี้ต้องอนุโลม เป็นรายจ่ายที่เลี่ยงไม่ได้ ทางออกในเรื่องนี้คือ ตัดงบที่ไม่จำเป็นด้านอื่นแทน
อย่าหวังลาภลอย
ที่ต้องระวังอีกอย่างหนึ่งในการทำงบค่าใช้จ่ายของครอบครัว คือ งบในส่วนของรายรับ อย่าหลง (ผิด) นำจำนวนเงิน ที่น่าจะได้ แต่ไม่รู้ว่าเมื่อไรเข้าไปด้วย อย่างเช่น โบนัส หรือเงินปันผลประเภทต่างๆ รวมเข้าไปด้วย เพราะหากพลิกล็อค ลาภเหล่านั้นลอยหายไป จะมีผลกระทบกับแผนการเงินของเราได้ จะดี (กว่า) หากจะรอให้แน่ใจว่าได้แน่ๆ เสียก่อน แล้วค่อยวางแผนจัดการต่อยอดเงินที่ได้มากันอีกที
เมื่อจัดทำงบประมาณค่าใช้จ่ายได้แล้ว เราจำเป็นต้องปรับปรุงนิสัยให้มีวินัยในการใช้จ่าย ซึ่งเป้าหมายหลักอยู่ที่จะต้องใช้เงิน ให้ได้ตามงบที่ตั้งเอาไว้ และต้องเตรียมพร้อมสำหรับการเปลี่ยนแปลงที่จะเกิดขึ้น เพราะอาจเกิดเรื่องเหนือความ คาดหมาย ส่งผลกระทบกับเป้าหมาย (ทางการเงิน) ที่เราตั้งไว้ ทางออกคือ ต้องสามารถรับความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น รู้จักปรับเป้าหมายและกลยุทธ์ให้เหมาะสมกับสถานการณ์
หากไม่สามารถปรับรายรับรายจ่ายให้พอเหมาะ เราคงต้องตัดใจตัดหรือลดค่าใช้จ่ายที่จำเป็นบางอย่างออกไปบ้าง
ต้องตัดและต้องลด
เมื่อพิจารณาอย่างจริงจัง เราอาจพบว่าค่าใช้จ่ายที่สูง (เกินจำเป็น) ของเรา เป็นเพราะเรามีมากเกินความจำเป็นก็ได้ บ้านใหญ่ไป รถหรูไป และ (หรือ) รูดบัตรเครดิตถี่ไป ถ้าเป็นแบบนี้ เราน่าจะพิจารณาหาทางตัดทอนหรือปรับเปลี่ยน ให้เหมาะกับฐานะและความต้องการที่แท้จริงของเรา
แต่เพื่อให้เห็นภาพที่เป็นรูปธรรมของการตัดและลดรายจ่ายบางส่วน และบางรายการที่เราคิดว่าเป็นเงินน้อยนิดนี้ ผมยกคำสอนของท่านสุนทรภู่มาอ้าง จำได้ไหมครับที่บอกว่า มีสลึงพึงบรรจบให้ครบบาท นั่นแหละ ไม่ต่างกันเลยครับ เก็บทีละเล็กทีละน้อย วันละนิดละหน่อย ไม่ช้าจะกลายเป็นเงินก้อนใหญ่ ในทางตรงข้ามการผัดผ่อน คิดว่า รอเดือนหน้าค่อยออม คิดอย่างนี้ทุกเดือน รอจนถึงชาติหน้าก็คงไม่มีเงินเก็บแน่
สรุปง่ายๆ คือไม่ว่าจะเล็กน้อยแค่ไหน หากเป็นเงินย่อมมีค่าเสมอ
และนี่คือคำแนะนำในการปรับเปรียบ ตัด-ลด ค่าใช้จ่ายที่เกินจำเป็น
ในกรณีลดค่าใช้จ่าย |
เลือกบ้านหลังเล็กลง เปลี่ยนจากรถหรูเป็นรถครอบครัวที่ประหยัดกว่า แม้ไม่ถูกใจ แต่ควร ทำใจบ้าง เพื่อเป้าหมายทางการเงินดังที่ฝัน |
รีไฟแนนซ์หรือย้ายเงินกู้ |
ปัจจุบันสถาบันการเงินหลายแห่งแข่งขันกันหาลูกค้าเงินกู้ ด้วยการเสนออัตราดอกเบี้ย เงินกู้ต่ำ หาข้อมูลในเรื่องนี้ดูว่าสถาบันการเงินแห่งใดให้กู้เงินในอัตราดอกเบี้ยต่ำกว่าที่ เราจ่าย (อยู่) ราวร้อยละ 2 เราควรรีไฟแนนซ์เงินกู้ของเรา เพราะจะลดค่าใช้จ่าย รายเดือนได้ |
ข้อแนะนำเหล่านี้คงต้องนำไปพิจารณา ปรับให้เหมาะกับสถานการณ์ทางการเงินของตนเอง
ข้อควรระวัง
ก่อนจะจากกันไปในคราวนี้ ผมคงต้องย้ำนะครับว่า แม้เราจะคิด (ในแง่ดี) ว่า รายได้และตำแหน่ง หน้าที่ การงาน ของเราจะปรับเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ตามความสามารถที่เพิ่มมากขึ้นตามอายุของเรา แต่ต้องไม่ลืมว่าราคา สินค้าและบริการก็ปรับตัวเพิ่มขึ้นโดยไม่เคยลดด้วยเหมือนกัน
อัตราเงินเฟ้อโดยเฉลี่ยร้อยละ 3 ต่อปี ทำให้ในอีก 20 ปีข้างหน้า ราคาสินค้าเพิ่มขึ้นเป็นสองเท่าของปัจจุบัน เมื่อถึงเวลานั้นหากจะรักษามาตรฐานชีวิตดังที่มีอยู่ในปัจจุบัน เราต้องมีรายรับมากกว่าที่หาได้ในปัจจุบันเป็นสองเท่า เช่นกัน ดังนั้น อย่าร้อนรน มีวิถีชีวิตหรูหราฟู่ฟ่า เข้าสู่มาตรฐานชีวิตที่เหนือระดับในทันทีที่มีรายได้เพิ่มขึ้น ที่ควรทำคือคำนวณให้ถี่ถ้วนก่อนว่ารายได้ที่เพิ่มขึ้นนี้มากกว่าอัตราเงินเฟ้อหรือไม่