College Planning
ธี ร ะ ภู่ ต ร ะ กู ล ,ภั ช ร า พ ร ช้ า ง แ ก้ ว
Schooling Down Under

     “หลากหลายเหตุผลส่งลูกเรียนที่นิวซีแลนด์และออสเตรเลีย สำหรับพ่อแม่ที่พอจะมีสตางค์และต้องการให้บุตรหลานได้รับการศึกษาที่ดี โดยเฉพาะมาตรฐานการศึกษาที่เป็น สากลรวมทั้งได้ในเรื่องของภาษาอังกฤษด้วย ท่านอาจพิจารณานิวซีแลนด์เป็นทางเลือกหนึ่งได้ ประเทศที่มีประชากรมนุษย์ 3.8 ล้านคน ขณะที่มีประชากรแกะ 70 ล้านตัว”
หลายท่านอาจจะเคยมองข้ามประเทศนิวซีแลนด์ เพราะเห็นว่าเป็นประเทศที่เล็กและอาจจะล้าหลัง แต่ข้อเท็จจริงนั้น ไม่ใช่เลย นิวซีแลนด์สามารถสร้างทีมนักกีฬาแข่งเรือใบจนเอาชนะคว้าถ้วยรางวัลในการแข่งขัน American Cup ที่เมือง โอ๊คแลนด์ได้ ขณะที่ทีมนักรักบี้ของนิวซีแลนด์ก็มีชื่อเสียงไม่แพ้กัน ประเทศนี้ยังมีความโดดเด่นในเรื่องเทคโนโลยี และอีก
     หลายๆ เรื่อง โดยเฉพาะความพยายามที่จะโปรโมทสินค้าตัวใดตัวหนึ่งเป็นพิเศษให้โลกรู้จัก เช่น การโปรโมตผลไม้กีวี ก็ทำมาแล้ว จนลูกกีวีกลายเป็นสินค้าส่งออกที่ได้รับความนิยมทั่วไป จากผลไม้ที่ไม่มีสกุลกลายมาเป็นผลไม้ขึ้นหิ้ง วางขายตามห้างสรรพสินค้าชั้นนำ ทั้งในเมืองไทยและทั่วโลก

     TEC ศูนย์แนะแนวเล็กๆ ที่เน้นคุณภาพ
     จุดเริ่มต้นของสองสามีภรรยา คุณอภิสิทธิ์ และคุณจริยา สุเภากิจ ใน การทำธุรกิจให้บริการคำปรึกษาแนะแนวเรื่องการศึกษาในต่างประเทศ ใช้ ชื่อบริษัทว่า ไตร เอ็ดดูเคชั่น คอนซัลแทนซี หรือ TEC ก็สืบเนื่องมาจาก ประสบการณ์การส่งลูกชายสองคนไปศึกษาในต่างประเทศ ซึ่งหลังจากที่ไป ค้นคว้าลองผิดลองถูกและได้พบสถานที่ที่ชอบแล้ว ก็มีความรู้สึกว่าน่าจะบอกต่อให้พ่อแม่ผู้ปกครองคนอื่นๆ ที่มีความตั้งใจแบบตนได้รู้และมีข้อมูล บ้าง “เราเห็นเราชอบว่าเป็นประเทศที่ดี เราก็คิดว่าน่าจะเป็นสื่อให้ผู้ ปกครองได้ทราบบ้าง”
     เขาพูดถึงประเทศออสเตรเลียและนิวซีแลนด์ ซึ่งเป็นศูนย์กลางการ ศึกษาและรายได้จากการจัดการศึกษาถือเป็นรายได้สำคัญอย่างหนึ่ง ของประเทศ เด็กจากฝั่งยุโรปในช่วงปิดเทอมก็เดินทางมาเรียนภาษาอังกฤษที่นี่กันมาก จริยาบอกว่าเด็กสวิสก็มีจำนวนมาก เพราะที่นี่มีความ ปลอดภัยสูง ผู้คนเป็นมิตรมากกว่าโดยเปรียบเทียบ      จริยาเคยทำงานในฝ่ายแนะแนวการศึกษาของธนาคารกรุงเทพสำนักงานใหญ่ จึงมีความรู้ในด้านนี้พอสมควร แต่จุดเริ่มการทำ TEC ซึ่ง เป็นธุรกิจส่วนตัวนั้นมาจากการส่งลูกคนเล็กของตัวเองไปเรียน โดยส่งไป เรียนระดับ Secondary school จนจบมัธยมปลายที่นิวซีแลนด์ และคนโต เรียนที่ออสเตรเลีย      อภิสิทธิ์เล่าว่าเขาได้ใช้เวลาศึกษาระบบการเรียนที่นิวซีแลนด์มากสัก หน่อย เพราะจะให้ลูกเข้าเรียนประจำ”ผมก็ไปเห็นว่านิวซีแลนด์เป็นประเทศที่น่าอยู่ดี ระดับการศึกษาก็ไม่ได้ด้อยกว่าประเทศอังกฤษที่เป็นต้น ตำรับเลย เมื่อเราไปเห็นสภาพโรงเรียน สภาพคน สภาพสังคม มันเป็นสิ่ง ที่เราทึ่ง และได้ข้อสรุปว่านี่เป็นประเทศที่ดีที่สุดในสายตาของเรา เพราะว่าที่นี่เป็นคนอังกฤษ มีพลเมืองแค่ 3.8 ล้านคนเท่านั้น สำเนียงดีกว่า อุป-นิสัยก็ดีกว่า”      สองสามีภรรยาได้มีโอกาสถ่ายทอดประสบการณ์เหล่านี้ให้เพื่อนๆฟังเป็นแบบปากต่อปาก อภิสิทธิ์ซึ่งเป็นอดีตพนักงานบริษัทน้ำมันข้ามชาติ รายใหญ่ และเกษียณก่อนครบอายุเพื่อมาทำ TEC เมื่อห้าปีที่แล้วอธิบาย ว่าระบบการศึกษาที่นี่เป็นการเรียนเพื่อนำไปใช้ในการทำงาน เรียนเพื่อไป เรียนต่อ ในระดับมัธยมนั้นมีการเรียนแค่หกวิชา เรียนโดยใช้หลักว่าสิ่งที่จะไปเรียนต่อในแต่ละสาย มีวิชาบังคับครึ่งหนึ่ง เลือกครึ่งหนึ่ง เสร็จแล้วใน ห้องเรียนแต่ละห้อง มีนักเรียนแค่ 15-18 คน การสอนเป็นลักษณะให้ค้น คว้า ไม่ให้ท่องจำ เรียนแค่ครึ่งเช้าเท่านั้น ส่วนภาคบ่ายให้เล่นกีฬา เป็น อย่างนี้ทุกโรงเรียนในระดับมัธยม เด็กจะไม่เครียด ไม่มีการเรียนพิเศษ นโยบายคือต้องการให้เด็กเรียนอย่างมีความสุขทั้งด้านร่างกายและจิตใจ      ”ผมไม่ใช่สนับสนุนว่าไม่อยากให้เด็กเรียนในเมืองไทยนะครับ ไม่ใช่เลย แต่เราอยากให้เด็กได้เห็นในสิ่งที่เขาควรจะได้ เช่น ระเบียบวินัย สังคม ที่ช่วยกัน ความเคร่งครัดต่อกฎเกณฑ์ และระเบียบต่างๆของสังคม” อภิสิทธิ์กล่าวในเชิงออกตัว แต่เขาก็สนับสนุนว่าหากผู้ปกครองมีทุนทรัพย์ พอ ควรส่งบุตรหลานไปหาประสบการณ์เหล่านี้ให้กับชีวิต
     อภิสิทธิ์บอกเกี่ยวกับที่มาของชื่อบริษัทที่ใช้คำว่าไตร ซึ่งหมายถึงสาม ว่าเดิมตั้งใจแนะแนวการศึกษาแค่สามเมืองในนิวซีแลนด์เท่านั้น แต่ปรากฏ ว่าเมื่อทำๆ ไปแล้ว ก็มีสถานศึกษาจำนวนมากในประเทศต่างๆ สนใจติดต่อ เข้ามาขอให้เป็นตัวแทนด้วย
     “ตั้งใจจะทำนิวซีแลนด์อย่างเดียวแต่แล้วเครือข่ายโรงเรียนของออส- เตรเลีย นิวซีแลนด์ แคนาดา อังกฤษ สิงคโปร์ แม้กระทั่งญี่ปุ่น ก็มาหา เรา การที่เราเลือกคุณภาพของนักเรียน ของพ่อแม่ผู้ปกครอง เราต้องมั่นใจว่าเด็กจะต้องไปเรียน มิเช่นนั้นภายใต้ชื่อของเราที่เราเซ็นไว้ที่สถานทูต เพื่อขอวีซ่าอะไรต่างๆ นี่ มันจะเสีย เราพยายามกรองในเรื่องนี้มากพอ สมควร เพราะสิ่งที่เราส่งไปในหลายประเทศนั้น เราจะแนะนำเปรียบเทียบ ข้อแตกต่างของสังคม การศึกษา ความปลอดภัยในชีวิต ค่าใช้จ่าย
     อภิสิทธิ์สรุปความนิยมชมชอบที่เขามีต่อประเทศนิวซีแลนด์ว่า เป็นประเทศที่มีประชากรน้อย ไม่ถึงสี่ล้านคน มีพื้นที่ทำมาหากินเยอะมาก และคนนิวซีแลนด์ไม่ได้เน้นเรื่องการเรียนให้จบปริญญาตรีหรือปริญญาโท แต่เขาก็ไม่เคยหยุดเรียน
     สามีของมารดาอภิสิทธิ์ก็เป็นชาวกีวี แม้อายุ 60 ปี เกษียณจากหน้าที่ การงานแล้ว ตอนนี้ยังไปเรียนปริญญาโท และแทบทุกบ้านพอมีเวลาก็มักจะไปเรียนเสริม เพราะคนนิวซีแลนด์เมื่อเรียนจบไฮสคูลก็มักออกหา งานทำก่อนแล้ว หลังจากทำงานแล้วจึงค่อยๆ ไปเรียนต่อ

     คนนิวซีแลนด์จะมีนิสัยชอบค้นคว้า ทุกบ้านจะมีอุปกรณ์การสื่อสาร อุปกรณ์การเรียนทุกอย่าง เป็นคนมัธยัสถ์ รัฐบาลมีสวัสดิการทุกอย่างให้”

     เมืองใหญ่ๆ ของนิวซีแลนด์ที่เป็นศูนย์กลางการศึกษามีอยู่ 3-4 เมือง คือเมืองเวลลิงตัน ซึ่งเป็นเมืองหลวง, เมืองโอ๊คแลนด์, เมืองไครสเชิร์ท และเมืองควีนส์ทาวน์ อยู่ทางใต้สุด
     นอกจากนี้ พวกเขาได้มาค้นพบเมื่อเร็วๆ นี้ว่า ที่เมืองเพิร์ท ของ ออสเตรเลียก็น่าสนใจ มีโรงเรียนดีๆ อย่างเช่น Chisholm Catholic College เป็นต้น แต่ทางฝั่งซิดนีย์ เมลเบิร์น โกลด์โคสต์ TEC จะจัดเฉพาะโปรแกรมเรียนภาษาอังกฤษระยะสั้น สำหรับเด็กที่โตแล้วเท่านั้น
     อภิสิทธิ์บอกว่า “เพิร์ท มีหลายอย่างที่น่าสนใจคล้ายนิวซีแลนด์มาก สิ่งที่ได้เปรียบคือเดินทางไม่ไกลนัก แค่หกชั่วโมง เวลาต่างกับในไทยแค่ หนึ่งชั่วโมง ขณะที่ที่อื่นนั้นบินไกลกว่า 9-13 ชั่วโมง และเวลาต่างกัน 5-6 ชั่วโมง เพราะฉะนั้นก็เป็นอะไรที่น่าสนใจที่เราเพิ่งค้นพบ"

     ความนิยมคอร์สภาษาอังกฤษระยะสั้นมีสูงมาก
     อภิสิทธิ์เล่าว่าเด็กที่ไปเรียนโดยให้ TEC ดำเนินการติดต่อประสาน งานนั้นเฉลี่ยสี่คนต่อเดือน พวกที่เรียนคอร์สระยะสั้นสามเดือนหกเดือน นี่มีเยอะมาก พวกเด็กมหาวิทยาลัยจะมาหา TEC เยอะ เพราะพวกนี้ต้อง พยายามขวนขวายทักษะทางด้านภาษา ไม่เช่นนั้นจะสมัครงานบริษัทดีๆ ไม่ผ่าน

     จริยาบอกว่า ”การเรียนภาษาอังกฤษ 3-4 เดือนในประเทศ มันอาจจะไม่ได้ดีพอ คือมันได้ในเรื่องของการเขียนการอ่าน แต่ไม่สามารถที่จะสื่อสาร ได้อย่างดี เด็กพวกนี้จะระบุว่าต้องการ Communicative English หรือไม่ก็มี TOEFL, IELTS Preparation”
     โปรแกรมที่ TEC มีบริการ ได้แก่ คอร์สภาษาอังกฤษระยะสั้น, คอร์ส การเตรียมสอบต่างๆ, คอร์สการเตรียมตัวเข้าโรงเรียนมัธยมหรือบางคน ก็เข้าโรงเรียนไฮสคูลเลย นอกจากนี้ก็มีในระดับโปลีเทคนิค, วิทยาลัยต่างๆ จนถึงระดับปริญญาตรี, ปริญญาโทในมหาวิทยาลัย
     เราจะมีการแนะนำเด็ก สัมภาษณ์เด็กและผู้ปกครอง สอบถามความ ต้องการให้แน่ชัดว่าเด็กอยากเรียนสายวิชาใด และเราพยายามแนะนำให้ หลากหลาย เพราะนิวซีแลนด์มีวิชาหลากหลายมาก มีวิชาระดับประกาศนียบัตร 3-6 เดือนมากมาย มีสายวิชาอาชีพเยอะมาก เด็กไม่จำเป็นต้องเก่งภาษาอังกฤษมาก ก็ สามารถไปสายอาชีพได้ แต่สุดท้ายก็จบปริญญา ตรีได้ด้วย
     โปรแกรมการเรียนคอร์สภาษาอังกฤษระยะสั้น นั้น TEC จัดปีละสองครั้ง ในเดือนเมษายน (Summer Study) และตุลาคม (Holiday) ลักษณะการเรียนจะมีการเรียนวิชาการครึ่งวันเช้า อีกครึ่งวันบ่ายเป็นการเล่นกีฬา กิจกรรมทัศนศึกษา และพักกับโฮมสเตย์ที่ทาง TEC จัดหาให้ โดยโฮม สเตย์เหล่านี้ TEC จะมีประวัติการติดต่อนานห้าปีย้อนหลัง การหาโฮมสเตย์ ก็ต้องดูให้เหมาะกับอุปนิสัยซึ่งกันและกัน ทั้งของเด็กและเจ้าของบ้าน
     นักเรียนที่ไปกลุ่มหนึ่งจะมีประมาณ 20 คน โดย TEC จัดเจ้าหน้าที่ไป ประจำกลุ่มด้วย อย่างไรก็ดี จริยาเล่าว่า “รุ่นใหม่ที่เพิ่งไปเมื่อเดือนต.ค. ปรากฏว่ามีเด็กที่จบมหาวิทยาลัยแล้วขอมาสอบชิงทุนแล้วไป ซึ่งเด็กที่สอบ ได้ก็เป็นเด็กที่มาจากชลบุรี และมหาวิทยาลัยพายัพ
     การให้ทุนการศึกษาคอร์สภาษาอังกฤษระยะสั้นของ TEC เป็นวิธี โฆษณาแบบหนึ่งที่บริษัทใช้ นอกเหนือจากการแจกใบปลิวตามโรงเรียนกวดวิชา ต่างๆ รวมทั้งสถานศึกษาทั่วประเทศเท่าที่จะทำได้ โดยทุนการศึกษานี้” จริยาเล่าว่า “บางครั้งก็ขอมาจากสถานศึกษาทางโน้น และบางทีก็ออกให้ เองคนละครึ่งก็มี เพราะว่าอันนี้ก็คือการโฆษณาประชาสัมพันธ์เท่าที่เรา สามารถทำได้ นอกเหนือจากการไปแนะแนวตามโรงเรียน”      อภิสิทธิ์เสริมว่า “นับถึงปัจจุบัน มีนักเรียนมาสอบกับเรา 3,000 กว่า คนแล้วในรอบห้าปีที่เราเปิดกิจการอย่างเป็นทางการขึ้นมา โดยเราเอา ข้อสอบมาจากต่างประเทศ เราขอให้สถานศึกษาในนิวซีแลนด์ออกข้อสอบ ให้มี 4 papers เป็น Grammar, Listening, Reading, Writing ซึ่งเราจะมี จุดสอบตามโรงเรียนต่างๆ กระจายไปตามเครือข่ายที่เรามีอยู่ ข้อสอบจะมีการเปลี่ยนทุกครั้ง ทุกหกเดือนจะมีการเปลี่ยนข้อสอบใหม่ และมีการ ทบทวนหลังจากที่เด็กสอบเสร็จสี่ระดับ ที่เราใช้ข้อสอบสี่ระดับ เพราะเรา พยายามปรับเด็กที่เข้ามาสอบนี้ให้เป็นฐานเดียวกัน”

     ข้อสอบสี่ระดับในที่นี้หมายถึงตั้งแต่ระดับเริ่มต้น (Elementary) สำหรับ เด็กตั้งแต่ 11 ขวบ, Pre-Intermediate, Intermediate และ Upper-Intermediate สำหรับเด็กมหาวิทยาลัย

     เมื่อเดือนสิงหาคมที่เราจัดสอบนั้น มีเด็กมหาวิทยาลัยกลุ่มใหญ่มาก มาสอบกับเรา ซึ่งไม่เคยปรากฏมาก่อน จุดนี้สะท้อนว่าพวกเขาไม่มีงานทำ ซึ่งเด็กที่สอบได้ทุนของเรานั้นเก่งมาก แม่เขาเป็นคนจีนเกิดในไทย มีโอกาส ไปเรียนที่สหรัฐฯ แล้วกลับมาตั้งโรงเรียนสอนคนจีน ชาวเขา ชาวไทยที่ตรง รอยต่อแม่ฮ่องสอน มีเด็กนักเรียน 30 คน แม่เขาเป็น Single Parent เลี้ยงลูกชายสามคน เก่งภาษาอังกฤษหมดเลย พ่อตายตั้งแต่เด็กๆ คนที่ สอบได้นี่ยังสู้คนพี่ไม่ได้ เรียนอยู่แพทย์ฯ มหิดลฯ แต่ก็เก่ง สามารถ สอบทุนของเราได้ เป็นเด็กดี มีจิตใจดี Warm Heart ครั้งนี้ไปเรียนประมาณสามสัปดาห์ค่ะ
     บริการอีกประเภทหนึ่งที่ TEC รับทำด้วยคือจัดโปรแกรมเรียนภาษาอังกฤษที่นิวซีแลนด์ให้กับบางโรงเรียนที่ต้องการเป็นพิเศษ เป็นกลุ่มคณะเฉพาะของโรงเรียน เช่น ที่ทำให้กับโรงเรียน.กรุงเทพคริสเตียน, โรงเรียนอัสสัมชัญ เป็นต้น อภิสิทธิ์บอกว่า “เรามีโอกาสทำ Check List โดยเราทำรายงานถึง ผู้ปกครองว่าแต่ละวันเด็กได้ไปทำอะไรมาบ้าง และเราก็เอารายงานฉบับ เดียวกันที่ให้ผู้ปกครองนี้ไปให้กับผู้อำนวยการ โรงเรียนด้วย เราพยายาม สร้างให้หลายคนที่อยากทำแบบนี้ว่าต้องทำจริงๆ อย่าทำเพื่อการค้าเลย เพราะในส่วนตัวของเรานั้น เราถือว่าเราทำดีเท่าไร ลูกเราก็จะได้ดีเท่านั้น เพราะลูกเราเป็นผู้ชายและก็ไปเรียนอยู่ที่นั่นด้วย

     ค่าใช้จ่ายเทียบเท่ากับ โรงเรียนนานาชาติในประเทศ ด้านราคาค่าใช้จ่ายต่อคอร์สระยะสั้นนั้น จริยาประเมินว่า 50,000 - 80,000 บาท ขึ้นอยู่กับกิจกรรมต่างๆ ที่เด็กจะได้เรียนในภาคบ่าย แต่หาก ไม่มีกิจกรรมและเป็นการเรียนเต็มเวลา ราคาจะถูกลงกว่านี้อีก
     ค่ากิจกรรมค่อนข้างแพง และในช่วง 5 ปีที่ผ่านมานี่จะมีเอเย่นต์แบบนี้ เยอะมาก มันก็เลยทำให้มีการแข่งขันกันมาก แต่ก่อนหน้านั้นตอนที่เรายังไม่ได้ทำจริงจังในรูปบริษัท จะถูกกว่านี้มาก เพราะเราจัดกันแค่ 7 คน มีผู้ปกครองไปด้วย ไปกันเองเลย” จริยาบอก
     อภิสิทธิ์แนะนำว่า ในการเดินทางแบบนี้ผู้ปกครองต้องศึกษารายละเอียดแล้วนำมาเปรียบเทียบกัน จึงจะเห็นเรื่องคุณภาพและราคาชัดเจน “การเทียบราคาและคุณภาพ ผู้ปกครองต้องศึกษารายละเอียด ก่อนที่จะไปที่ไหนกับใคร เพราะแต่ละสถานที่ แต่ละเมือง แต่ละสถาบัน ทุกอย่าง ต้องให้อยู่บนฐานเดียวกันจึงจะเทียบกันได้ ผมไม่ได้ทำร่วมกับเอเย่นต์ รายใดหรือบริษัททัวร์รายใด ทำเองหมดครับ”
     จริยาบอกว่าในส่วนของโรงเรียนมัธยมของรัฐและเอกชนนั้น ระบบการ เรียนการสอนแทบไม่ต่างกัน แต่จะต่างกันในเรื่องเครื่องมือหรืออุปกรณ์การ เรียนการสอน โรงเรียนเอกชนจะมีอุปกรณ์การเรียนครบเครื่องกว่า แต่จริยา ก็มองว่าเรื่องนี้ไม่จำเป็นเท่าไร “คุณเลือกโรงเรียนรัฐบาลก็ได้ มีหลายระดับราคา ตั้งแต่ 350,000 บาท- 500,000 บาทต่อปี”
     อภิสิทธิ์เสริมว่า “ค่าเล่าเรียนโดยประมาณนั้นอยู่ที่ 9,000 - 12,000 ดอลลาร์นิวซีแลนด์ต่อปี และค่าใช้จ่ายในด้านที่พักกับ Host Family หรือ Home Stay นั้นประมาณ 8,000 - 9,000 เหรียญฯ เฉลี่ยก็ประมาณ 20,000 เหรียญฯ หรือ 400,000 บาทต่อปี อันนี้เป็นระดับโรงเรียนมัธยมครับ
     ส่วนระดับปริญญาตรีก็อยู่ที่วิชาเรียน โดยเฉลี่ยก็ประมาณ 12,000 เหรียญฯ ต่อปี แต่หากเป็นปริญญาตรีด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี คอม พิวเตอร์ ประมาณ 15,000 - 16,000 เหรียญฯ ต่อปี และค่าใช้จ่ายก็ประมาณ 8,000-9,000 เหรียญฯ ต่อปี
     ในระดับปริญญาเอกจะแพงกว่าคือประมาณ 30,000 เหรียญฯ ต่อปี ไม่รวมค่าหนังสือ ส่วนค่าใช้จ่าย ไม่ว่าจะพักเองหรือพักอยู่กับครอบครัว ประมาณไม่เกิน 10,000 เหรียญฯ”
     การไปเรียนที่นั่นในระดับมัธยม ค่าใช้จ่ายประมาณ 400,000 บาท ต่อปี เทียบกับเรียนโรงเรียนอินเตอร์ฯ ในไทยที่มีอยู่ราว 50 โรงเรียน หากผู้ปกครองจะเพิ่มสตางค์อีกหน่อย หรือราคาใกล้เคียงกัน แต่ได้ในเรื่อง ของภาษาหรือสิ่งแวดล้อมที่มากขึ้น เพราะเรียนในไทยเมื่อออกจาก โรงเรียนก็ต้องมาพูดภาษาไทยที่บ้าน แต่ที่โน่นต้องใช้ภาษาอังกฤษตลอด เวลา หากถามผมๆ จะเชียร์ให้ไปเรียนต่างประเทศครับ อภิสิทธิ์แสดง ความเห็น
     ทั้งสองยอมรับว่าสิ่งที่พวกเขาทำนั้น สำหรับผู้ที่มีทุนทรัพย์เท่านั้น
     ในส่วนของค่าใช้จ่ายที่ผู้ปกครองต้องจ่ายให้ TEC นั้น นอกจากค่าข้อ สอบ 290 บาทแล้ว ยังมีค่าให้คำปรึกษาเตรียมการต่างๆ สำหรับกรณีที่ ติดต่อจัดหาโรงเรียนให้ได้ หาโฮมสเตย์ให้ นักเรียนแค่จัดกระเป๋าอย่างเดียว คิดค่าใช้จ่ายรายละ 3,000 บาท อันนี้ในกรณี ที่โรงเรียนรับเรียบร้อยแล้ว แต่หากเข้ามาคุยมาปรึกษา นี่ เราไม่เคยคิดค่าใช้จ่าย และหาก TEC สมัครให้ แล้ว ทางโรงเรียนไม่รับ ผู้ปกครองก็ไม่ต้องจ่าย
     “เราไม่เคยคิดที่จะทำกิจการนี้เป็นการค้าเลย เราอยากให้เด็กไปเยอะๆ เพื่อไปเห็นสิ่งที่ดี โดย เฉพาะนิวซีแลนด์ และเราทำเพื่ออะไรก็แล้วแต่ที่ วันหนึ่งมันจะสะท้อนกลับมาที่ตัวเราเอง ที่ลูกของเราเอง ผมมีความเชื่อ อย่างนี้ ผมคงไม่ขยายกิจการอะไร เพราะทำกันเองและเราก็ไม่ได้เอาเงินใคร มาเป็นหุ้นส่วนกับเราเพื่อที่จะขยายกิจการออกไป เราไม่มีเจ้าหน้าที่ มาร์เก็ตติ้งออกไป เรามีแค่เจ้าหน้าที่สองคนที่คอยประสานงานกับโรงเรียน ต่างๆ ที่ส่งเด็กมาสอบ และเรามีการจ่ายค่าธรรมเนียมบ้าง เพื่อให้งานมันคล่องตัว โดยให้กับครูที่จะจัดกลุ่มเด็กมาสอบกับเราเล็กๆ น้อยๆ เพราะเราไปใช้เขาฟรีๆ ไม่ได้ และเรามีเจ้าหน้าที่อีกคนมาช่วยทำด้านธุรการเราถือว่าสิ่งที่เราเสียค่าใช้จ่ายที่นี่คือค่าจ้างเจ้าหน้าที่ 2-3 คน ค่า อาคารสถานที่ตั้งบริษัทนี่ก็ไม่ต้องเสีย เพราะเป็นที่ดินของเราเอง ตัวผมเอง ก็ไม่เคยตั้งเงินเดือนตัวเอง แต่สิ่งที่เราพอจะอยู่ได้คือเมื่อเราส่งนักเรียนไป แล้ว ทางโรงเรียนจะดำเนินการช่วยเหลือส่วนพวกนี้ให้ เพราะฉะนั้นการสมัครของผู้ปกครองทั่วไปนั้น ไม่ว่าจะสมัครผ่านทาง TEC หรือสมัครด้วยตัวเองอะไรต่างๆ นี่ เป็นมาตรฐานของราคาของเขาอยู่แล้ว แต่หากผ่านเรา ทางโรงเรียนเขาจะช่วยค่าใช้จ่ายบ้าง” อภิสิทธิ์เปิดเผย

อายุเท่าไรที่ควรไปเรียนในต่างประเทศ
     ในประสบการณ์ของอภิสิทธิ์ เขาแนะนำว่า “การที่จะไปเรียนระยะยาว คือจากมัธยมต้น-ปลาย-จนจบปริญญาตรีนั้น เวลาที่ควรไปเรียนควรเป็น อายุประมาณ 13-14 ปีจะดีที่สุด เพราะเด็กกำลังจะเริ่มและมีการจดจำ สำเนียง ปรับตัว มีความคิดความอ่านของตนเอง ส่วนการไประยะสั้น ไป พวกซัมเมอร์คอร์สนั้น ก็ตั้งแต่อายุ 9-21 ปีได้
     ผมเคยจัดเด็กอายุ 8-9 ขวบประมาณ 4-5 คนส่งไปเข้า Farm Stay เรียนในฟาร์ม อยู่กับเขาเลย หากผู้ปกครองมีกำลังในช่วงเด็กปิดเทอม ผมอยากให้ไปเห็นไปเรียนที่นี่ เพราะผมมั่นใจหลังจากรู้จักประเทศนี้มากว่า 10 ปี
     สัดส่วนเด็กที่ TEC ส่งไปนั้น ในระดับการศึกษาหลังปริญญาตรีจะมี น้อยมาก” จริยาเล่าว่า “เพราะที่นิวซีแลนด์เข้ายากมาก มหาวิทยาลัยของรัฐมีแค่ 8 แห่ง และผลการสอบภาษาอังกฤษ IELTS หากไม่ถึง 6.5 ไม่ ต้องมาพูดกัน จะไปจากเราก็แค่ไปทำ IELTS Preparation เสร็จแล้วเด็กก็ จะหมดกำลังเอง ก็จะไปหาสาขาวิชาอื่นกลับมาหรืออาจจะภาษาอังกฤษ เป็น English for Business เป็นประกาศนียบัตรอะไร      มีเด็กมาถามว่า ผมจบปริญญาตรีวิศวฯ แต่ทำงานบริษัทคุณพ่อ ไม่ได้ เพราะหุ้นส่วนเป็นฝรั่ง เราก็บอกว่าให้ไปเรียน 6 เดือน ภาษาอังกฤษ General English แล้วกลับมาทำงานได้ เขียน Memo จากโต๊ะหนึ่งไปอีก โต๊ะหนึ่งได้ ไม่ต้องให้เขาข่ม เด็กจบปริญญาตรีเป็นอย่างนี้จริงๆ แล้วตอนนี้ ฝรั่งก็โปรโมตเขาแล้ว ถือว่ามีความสำเร็จดีทีเดียว”
     การที่ TEC เป็นหน่วยงานเล็กๆ มีความคุ้นเคยกับลูกค้ามาก ทำให้ ผู้ปกครองรวมทั้งเด็กๆ มักจะมีเรื่องมาเล่าสู่กันฟังกับสองสามีภรรยาคู่นี้ เสมอๆ “เราจะทราบความก้าวหน้าของเด็กหลังจากกลับมาผู้ปกครอง มาเล่าว่าทุกคนจะเปลี่ยนไปมาก ดีขึ้นอย่างผิดตา มีความรับผิดชอบ มีระเบียบวินัย มีน้ำจิตน้ำใจ เรื่องตรงเวลาต่างๆ เด็กทุกคนที่กลับมาก็ โทรฯ มาคุยแล้ว บางคนก็จะกลับมาทำข้อสอบกับเราอีก เพื่อที่จะดูว่าที่ไปเรียนมานั้นได้ผลดีขึ้นอย่างไร เขาบอกว่าเพื่อลับมีดให้คม ค่าสอบ 290 บาท ซึ่งข้อสอบของเราก็คล้ายกับ ข้อสอบอื่น เขาอยากจะวัดอันดับของตัวเอง

      TEC นอกจากจะจัดหาโรงเรียนให้เด็กนักเรียน แล้ว ยังมีการติดตามการเรียนการสอนด้วย อภิสิทธิ์บอกว่าเราเข้าไปลึกนิดหนึ่งคือช่วยติด ตามการเรียนในแง่ของการเข้าไปเรียนจนกว่าที่เด็กจะกลับ โดยที่การติดตามของเรานั้น ผู้ปกครองจะประหยัดมาก แทบไม่ต้องเสียอะไรเลย แล้วก็แนะนำกัน เพราะสถาบันที่ เขาแต่งตั้งเรา มักจะเชิญเราไปศึกษารูปแบบการเรียนของเขา
     ผมมีตัวอย่างล่าสุด เด็กคนหนึ่งมีความมุ่งมั่นมากที่จะเรียนเป็นนักข่าว ในระดับนานาชาติ ซึ่งไม่ใช่เรื่องที่ง่ายเลย พอไปถึงก็พบว่ามันไม่ง่าย ต้อง สอบ IELTS ได้สูงในบางหมวด ก็เริ่มเปลี่ยนเป้าหมาย แล้วบังเอิญไปถูกกับนิสัยที่ตัวเองชอบ ไปเรียนทางด้าน Hospitality Course แต่ก็มีบางคนมุ่ง ไปทางใดก็เอาทางนั้นจนได้

การเตรียมตัว
     การเตรียมเอกสารก็เหมือนทั่วๆ ไป ซึ่ง TEC จะแจ้งรายละเอียดให้ผู้ ปกครองทราบ สิ่งสำคัญคือการเตรียมตัวของเด็กนักเรียน หากผู้ปกครอง อยากให้เด็กไป แต่เด็กไม่ได้เป็นคนอยากไปด้วยตัวเอง อันนี้ผู้ปกครองก็ ต้องเตรียมความคิดกับเด็กก่อน ต้องเจรจาให้เข้าใจกัน
     “หากเด็กไม่อยากไป เดี๋ยวก็ต้องโดนส่งกลับ ดังนั้น คุณต้องเตรียมให้ ลูกว่า ถึงเวลาแล้วที่ลูกต้องไปอยู่กับ Mom และ Dad ในต่างประเทศ และนิวซีแลนด์หรือออสเตรเลียนี่ไม่ไกลจากเมืองไทยเลย มันเป็นสี่เทอม เราจะให้เด็กที่เรียนมัธยมกลับทุกครึ่งปี คือสองเทอมแล้วกลับเพราะค่าตั๋วเครื่อง บินก็พอๆ กับค่าโฮมสเตย์ที่เราจะต้องหาให้เขาตอนช่วงปิดเทอม หรือหาก ช่วงนั้นพ่อแม่มีวันหยุด ก็ไปเที่ยวกัน เช่ารถบ้านขับเที่ยวกันไป เราจะแนะนำเขาแบบนี้ค่ะ” จริยาเล่า
     นอกจากนี้ TEC มีการจัดปฐมนิเทศให้กับนักเรียนที่ไปเรียนในทุก คอร์สของ TEC เป็นการบอกให้เตรียมการต่างๆ รายละเอียดทั้งหมดที่เด็ก ต้องรู้ เช่น การเตรียมค่าใช้จ่าย ค่ารถ อาชีพของพ่อแม่ที่โฮมสเตย์ที่เด็กจะไปอยู่ อาหารการกิน เมืองที่ไปอยู่อากาศเป็นอย่างไร สินค้าเป็นอย่างไร รายละเอียดและโพรไฟล์ต่างๆ เด็กต้องรู้พอสมควร TEC จะอธิบายให้ฟังหมด
“ผมถือว่าขอให้มีมาตรฐานและละเอียด แล้วก็มีจำนวนน้อยๆ ดีกว่า”
     TEC มี network กว้างขวางมาก จุดเริ่มต้นมาจากการที่อภิสิทธิ์-จริยา ส่งลูกชายไปเรียนที่ Scotีs College แล้วไปเยี่ยมลูก ไปสนทนากับครูและเจ้าหน้าที่ต่างๆ จนพวกเขาอยากให้คนทั้งสองทำหน้าที่เป็นตัวแทนให้ (Re presentative) “มันเริ่มมาจากนิดๆ หน่อยๆ จนในที่สุดสถานทูตเขาเห็นเรา ทำ ก็ออกจดหมายมาให้เรา และเวลาที่สถาบันการศึกษาต่างๆ ทางนิว- ซีแลนด์มาติดต่อที่สถานทูต เขาก็แนะนำให้มาคุยกับเรา มันก็เลยค่อยๆ กว้าง”
     อภิสิทธิ์เล่าเสริม “บังเอิญที่ โรงเรียน Scot College ซึ่งลูกชายผมเรียนอยู่นี่ ครูใหญ่เป็นน้องชายของรัฐมนตรีนิวซีแลนด์คนหนึ่ง แล้วเขาก็รักเอ็นดูลูก ชายผมเป็นการส่วนตัว เนื่องจากว่าเป็นนักรักบี้คนเอเชีย ซึ่งไม่ค่อยมี เขามา ที่นี่ ที่ไหน เขาก็จะพูดถึงเรา แล้วก็โยงไปเรื่อยๆ จนทุกคนก็มาเชิญเราไปคุย ไปเยี่ยมไปเปิดอะไร ต่างๆ มีปีหนึ่งผมเดินทางไป นิวซีแลนด์เสีย 8-9 ครั้งได้ เพื่อไปดูโรงเรียนไปเป็นแขก ของเขา ซึ่งหากเราไม่ได้เห็น สภาพโรงเรียนด้วยตัวเอง เราก็ไม่กล้าแนะนำ

    ลองไปเรียนภาษา แล้วเกิดติดใจแรกสุด ลูกชายไปเรียนพิเศษที่โรงเรียน MAC แล้วมีการชวนให้ลอง ไปเรียนภาคฤดูร้อนโดย TEC ผมจึงลองส่งไปเรียนโปรแกรมสามสัปดาห์ก่อน ทีนี้เขาติดใจอยากจะอยู่ต่อ ขออนุญาตมา ผมก็เลยให้ TEC จัดหาโรงเรียนให้ โดยเรียนภาษาต่ออีกสามเดือน ค่อยเข้าโรงเรียนสามัญ” คุณสมชาย ศุภลักษณ์วัจนะ คุณพ่อลูกสาม ทำธุรกิจด้านรถยนต์มือสอง เล่าประสบการณ์ให้ M&W ฟังตอนที่ตัดสินใจส่งลูกไปเรียนนิวซีแลนด์โดยใช้บริการของ TEC

     ลูกชายของเขาชื่อ สรัช ปีนี้อายุ 16 ปีแล้ว เรียนจบมัธยมศึกษาปีที่ 3 จากโรงเรียนสาธิตรามคำแหง เมื่อเดือนเมษายน 2545 ปัจจุบันกำลังเรียน Year 11 ที่โรงเรียน St Peterีs School เมือง Cambridge ประเทศนิวซีแลนด์      สมชายไม่เคยคิดหรือมีความตั้งใจที่จะส่งลูกไปเรียนในต่างประเทศมาก่อน ที่ส่งไปเรียนภาคฤดูร้อนก็เพื่ออยากให้มีประสบการณ์ในต่างประเทศบ้างเท่านั้น แต่พอไปแล้วเขายอมรับว่าลูกมีความประพฤติที่ดีกว่าเดิม มีความตั้งใจเรียนดี ทางโรงเรียนมีการส่งผลสอบมาให้ที่บ้านพร้อมคำชมว่า เป็นเด็กที่มีพัฒนาการดี เขาเล่าว่า “ลูกชายชอบเรียนที่โน่นมาก มีความสุข ดูแลตัวเองได้ดี ผมตั้งใจว่าให้เรียนจบเกรด 6 แล้วให้กลับมาเรียนมหาวิทยาลัยในไทย แต่ลูก บอกว่าอยากเรียนที่นิวซีแลนด์ต่อ ก็ลองดู ยังมีเวลาคิดอีกมากครับ พ่อแม่ก็ คิดถึง ปีหนึ่งกลับบ้านสองครั้งครับ”      สมชายมีโอกาสเดินทางไปเยี่ยมลูกชายเมื่อปีที่แล้ว เพื่อดูความเป็นอยู่ ที่โรงเรียนของลูก เขาบอกว่ารู้สึกน่าอยู่ทีเดียว “ไปเจอผู้ปกครองเด็กที่ เรียนที่โน่นหลายคน พบว่าค่าใช้จ่ายแพงกว่าในไทยไม่มาก”
ทั้งนี้ค่าใช้จ่ายระหว่างโรงเรียนเอกชนกับโรงเรียนรัฐบาลจะไม่เท่ากัน หากเป็นโรงเรียนเอกชนและเป็นแบบประจำ ค่าเทอม+ค่าหอพัก ปีละประมาณ 600,000 บาท ค่าใช้จ่ายส่วนตัวอีกประมาณ 200,000 บาท ส่วนโรงเรียนรัฐบาลและคิดแบบประจำด้วยนั้น ค่าเทอม+ค่าหอพัก ปีละประมาณ 400,000 บาท ส่วนค่าใช้จ่ายส่วนตัว แล้วแต่เด็ก
     “แม้จะแพงหน่อย แต่ผมคิดว่าคุ้มครับ เพราะลูกมีความประพฤติที่ดีขึ้น ส่วนลูกสาวอีกสองคนนั้น ผมคิดว่าให้เรียนจบปริญญาตรีในนี้ก่อนแล้ว ค่อยไปต่อต่างประเทศ”

ต้องการภาษาและให้ลูกมีประสบการณ์
     หลากเหตุผลหลายสาเหตุที่พ่อแม่ผู้ปกครองส่งลูกไปเรียนในต่างประเทศ ข้อที่เหมือนกันอยู่อย่างหนึ่งและเป็นประเด็นพื้นฐานคือการเห็นความจำเป็น ในการส่งเสริมทักษะด้านภาษาซึ่ง คุณสุวภัทร สุวรรณกิจบริหาร ก็ให้เหตุผล เช่นนี้กับ M&W
     นอกจากนี้คุณสุวภัทรยังมีเหตุผลอีกหลายอย่างที่หยิบยกมาสาธยายบอก กับ M&W การไปศึกษาในต่างประเทศถือเป็นการเพิ่มพูนความรู้ ประสบ การณ์ของเด็ก ทำให้พวกเขารู้จักเข้าใจความต้องการของตัวเองกระตุ้นให้มีความรับผิดชอบต่อตัวเอง ขวนขวายที่จะเรียนรู้ และผมมองว่า โลกอนาคตเป็นโลก แห่งการแข่งขัน เด็กๆ น่าจะลองไปใช้ชีวิตที่เป็นตัวของตัวเองสร้างความแข็ง แกร่งให้ชีวิตของเขา      “ผมมองว่าภาษาไทยอย่างเดียวยังไม่พอ ต้องหาภาษาที่สองเข้ามา ซึ่งถนัด ที่สุดก็น่าจะเป็นภาษาอังกฤษ เพื่อสร้างความแข็งแรงมากขึ้น      คุณพ่ออย่างคุณสุวภัทรถือเป็นพ่อตัวอย่างทีเดียว เพราะมีการวางแผนให้ ทั้งลูกสาวและลูกชายเสร็จสรรพ แต่ไม่ใช่เป็นการบังคับ เพราะคุณสุวภัทรบอกว่า “การไปศึกษานั้น ข้อสำคัญต้องขึ้นอยู่กับความต้องการของเด็กด้วย อย่าง ลูกสาวนั้น ผมมองว่าอยากให้จบระดับปริญญาตรีในประเทศก่อน จะได้มีเพื่อน ร่วมรุ่น มี Network ต่อไปในการทำงาน และมีความเป็นผู้ใหญ่พอตัวด้วย”
     ลูกสาวคนโตของคุณสุวภัทร ตอนนี้ทำปริญญาโทด้านวิศวกรรมอุตสาหกรรม (Industrial Engineering) ที่มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ คนนี้ไม่อยากไปเรียน ในต่างประเทศ สนใจไปเที่ยวมากกว่า
     ลูกสาวคนที่ส่งไปนี่ เป็นคนที่สอง จบปริญญาตรีจากมหาวิทยาลัยธรรม ศาสตร์แล้ว และกำลังดูจะทำปริญญาโทในต่างประเทศ แต่ให้ไปเรียนภาษา อังกฤษในคอร์ส IELTS Preparation โดยไปที่เมืองโอ๊คแลนด์
     ส่วนลูกชายคนเล็ก ปัจจุบันเรียนมัธยมศึกษาปีที่ 5 โรงเรียนสวนกุหลาบฯ คุณสุวภัทรเล่าว่าลูกชายคนนี้สนใจด้าน Computer Engineering เคยมี เจ้าหน้าที่ของมหาวิทยาลัย Nanyan University จากสิงคโปร์มาเสนอข้อมูล การศึกษาของมหาวิทยาลัย เขาก็มีความสนใจอย่างมาก อยากไปเรียนระดับ มหาวิทยาลัยที่สิงคโปร์ ปัจจุบันคุณสุวภัทรส่งไปเรียนคอร์สภาษาอังกฤษระยะสั้นที่เมืองโอ๊คแลนด์ เมืองเดียวกับพี่สาว แต่พักอยู่คนละครอบครัวกัน
     “เขาจะได้ไปเรียนรู้ขวนขวาย ทำให้เกิดความกระตือรือร้นที่จะต้องศึกษาเพิ่มเติม โดยเฉพาะในเรื่องภาษา ผมเห็นว่าอนาคตข้างหน้านั้นความรู้ระดับ ปริญญาตรีไม่พอ อย่างน้อยควรมีปริญญาโท และมีความสามารถในเรื่องภาษา ที่คล่องแคล่วพอ การเรียนภาษาในไทยอาจจะไม่พอ เพราะยังมีการพูด ภาษาไทยอยู่ด้วย แต่การส่งไปเรียนในต่างประเทศไม่มีภาษาไทย เด็กต้องปรับ สภาพเพื่อความอยู่รอด ตรงนี้แหละที่เราจะได้ประโยชน์มาก”
     การส่งไปเรียนโปรแกรมภาษาอังกฤษระยะสั้นโดยผ่านทาง TEC นั้น สุวภัทร บอกว่า เขารู้จักกับอภิสิทธิ์มาตั้งแต่สมัยเด็กๆ แล้ว โดยอภิสิทธิ์เป็นนักเรียน รุ่นน้องของเขา ถือเป็นการรู้จักกันเป็นการส่วนตัว
     ต้องบอกว่าครอบครัวนี้เชื้อไม่ทิ้งแถว เพราะคุณสุวภัทรนั้นก็ทำงานใน อุตสาหกรรมปิโตรเคมี เป็นผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่จัดหาและส่งปิโตรเลียม บริษัท ปตท.จำกัด (มหาชน) ขณะที่ลูกๆ ก็มีความสนใจทางด้านวิศวฯ เป็น ทุนอยู่แล้ว