มุมมองตอนเกษียณ
ชื่อเรื่อง ความเสี่ยง 5 ประการ กับการออมเพื่อการเกษียณอายุ
![]() |
วันนี้เราอยากจะขอให้คุณสละเวลาซัก 5 นาที มาลองทำแบบสอบถามกันดู เพื่อค้นหาความจริงดูซิว่า เงินออมเพื่อการเกษียณอายุของคุณ อยู่ในขอบข่ายของความเสี่ยงหรือไม่ครับ
คำเตือน : คำตอบอาจจะทำให้คุณเกิดอาการอกสั่นขวัญแขวนได้ง่ายๆ
แบบสอบถามเป็นดังนี้ครับ :-
1. โอกาสที่อย่างน้อยสมาชิกคนหนึ่งคนใดในคู่สามีภรรยาที่สุขภาพแข็งแรง จะมีอายุอยู่ไปได้จนถึง 92 ปี
a. 50%
b. 25%
c. 10%
คำตอบ : โอกาสที่อย่างน้อยหนึ่งในสมาชิกของคู่สามีภรรยา ที่จะมีอายุยืนยาวไปถึง 92 ปีนั้น มีสูงถึง 50% และตราบใดที่เราอยู่ได้นานมากขึ้น ความเสี่ยงที่เงินออมของเราจะหมดลงก่อนที่จะถึงวาระสุดท้ายก็มากขึ้นตามไปด้วย
ตารางที่ 1
![]() |
2. หากเราต้องถอนเงินออกมาใช้เพิ่มขึ้นจากปีละ 4% เป็น 5% จะมีผลกระทบต่อเงินออมทั้งหมดมากน้อยแค่ไหน
a. น้อยมาก
b. ลดลงมากกว่า 20%
c. เหลือเพียงครึ่งเดียว
คำตอบ : มันอาจจะดูไม่มากนัก แต่การที่คุณจะเพิ่มสัดส่วนการถอนเงินจาก 4% เป็น 5% นั้น หากนำอัตราเงินเฟ้อมาคิดคำนวณรวมด้วย จะทำให้ระยะเวลาที่เงินออมจะพอใช้จาก 26 ปี ลดเหลือเพียงแค่ 20 ปี หรือลดลงถึง 23% ในช่วงที่ตลาดมีแนวโน้มลดลงต่อเนื่อง ซึ่งโดยปกติแล้วอัตราการถอนเงินที่มากกว่า 4% จะทำให้เงินออมในกระเป๋าหมดเร็วขึ้นอย่างน่าตกใจ
คุณควรที่จะกำหนดสัดส่วนการถอนเงินในระดับที่ต่ำที่สุด โดยเฉพาะในช่วงปีแรกๆของการเกษียณอายุ และควรที่จะต้องตรวจสอบแผนการใช้เงินทุกๆปี
ตารางที่ 2
![]() |
3. ในช่วงระยะเวลา 25 ปี อัตราเงินเฟ้อ 3% ต่อปี จะมีผลต่อกำลังซื้อโดยรวมของเงินออมทั้งหมดของคุณอย่างไร
a. ไม่มาก
b. ลดลง 15%
c. ลดลง 50%
คำตอบ : ในทุกวันนี้น้ำนมสดเพื่อใช้ดื่มในสหรัฐอเมริกามีราคาแกลลอนละ 3 ดอลลาร์ หรือประมาณ 108 บาท ในปี ค.ศ. 2030 หรืออีก 13 ปีข้างหน้า อัตราเงินเฟ้อแค่ 3% เชื่อหรือไม่จะทำให้ ราคาค่านมสดเพิ่มขึ้นเป็น 6 ดอลลาร์สหรัฐ หรือ 216 บาท ซึ่งอัตราเงินเฟ้อที่ว่านี้ จะมีผลทำให้ราคาสิ่งของทุกชนิดตั้งแต่นมสดไปจนถึงรถเก๋งคันงามเพิ่มสูงขึ้น หรือทำให้กำลังซื้อของเงินก้อนของคุณลดลงอย่างไม่ต้องสงสัย ด้วยเหตุนี้เองเราจึงจำเป็นที่จะต้องทำให้อัตราผลตอบแทนการลงทุนสูงกว่าอัตราเงินเฟ้อให้ได้
ตารางที่ 3
![]() |
4. หุ้นมีส่วนสำคัญในการออมเพื่อการเกษียณอายุของคุณหรือไม่
a. ไม่
b. มี
c. บางครั้ง
คำตอบ : เมื่อพูดถึงการลงทุนเพื่อการเกษียณอายุ เราอาจจะระมัดระวังมากจนเกินไป บางคนกลัวว่าไข่ในตะกร้าจะแตกเสียหายไปหมด จึงพยายามหลีกเลี่ยงไม่กล้าที่จะลงทุนในตลาดหุ้นและยึดติดอยู่กับการลงทุนในตราสารหนี้เท่านั้น แต่การกระทำเช่นนั้น จะทำให้สูญเสียโอกาสในการเพิ่มมูลค่าเงินลงทุนทั้งหมด และเพิ่มความเสี่ยงที่จะทำให้เงินหมดกระเป๋าก่อนถึงเวลาที่ควรจะเป็น
คุณควรจะพิจารณาถึงการลงทุนในหุ้นควบคู่ไปกับการลงทุนอื่นๆในพอร์ตของคุณ เพื่อรักษาสมดุลระหว่างการเพิ่มขึ้นของมูลค่าเงินลงทุนในระยะยาวและความต้องการของรายได้ในระยะสั้น
ตารางที่ 4
![]() |
5. หากคู่สามีภรรยาอายุ 65 ปี เกษียณอายุในวันนี้ เขาสองคนจะต้องใช้เงินซักเท่าไร เพื่อให้เพียงพอกับค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาลที่จะเกิดขึ้นในอนาคตของทั้งสองคน
a. 110,000 ดอลลาร์สหรัฐ (3.96 ล้านบาท)
b. 330,000 ดอลลาร์สหรัฐ (11.88 ล้านบาท)
c. 425,000 ดอลลาร์สหรัฐ (15.30 ล้านบาท)
คำตอบ : เซอร์ไพร์ซ คุณเชื่อหรือไม่ว่า ค่ารักษาพยาบาลอาจจะกลายเป็นค่าใช้จ่ายก้อนใหญ่ที่สุดในยามเกษียณอายุของคุณเลยก็เป็นได้ หากไม่มีเงินช่วยเหลือจากสวัสดิการของบริษัทนายจ้าง คุณอาจจะต้องใช้เงินสูงถึง *330,000 ดอลลาร์สหรัฐหรือ 11.88 ล้านบาท เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาลทั้งหมด และนั่นยังไม่รวมถึงค่าใช้จ่ายเพื่อการดูแลรักษาคุณภาพชีวิตโดยทั่วไป ซึ่งอาจจะทำให้เราต้องควักกระเป๋าเพิ่มขึ้นอีกถึง 105,000 ดอลลาร์สหรัฐต่อปีเลยทีเดียว
คุณควรที่จะจัดสรรเงินออมให้ได้มากที่สุดเพื่อที่จะทำให้คุณสามารถหาเงินมาครอบคลุมค่าใช้จ่ายทั้งหมดได้
*จำนวนเงิน 330,000 ดอลลาร์สหรัฐคำนวณมาจากอายุของเพศชายที่ 92 และผู้หญิงที่ 94 และเพื่อที่จะคำนวณหาก้อนเงินค่าดูแลรักษาคุณภาพชีวิต จนถึงช่วงอายุที่คาดหวังของเพศชายที่ 82 และ เพศหญิงที่ 85 คุณอาจจะต้องการเงินเพิ่มขึ้นอีกถึง 200,000 ดอลลาร์สหรัฐ
ตารางที่ 5
![]() |
จากตารางที่นำมาแสดงให้ดูในภาพนี้ ช่วงอายุเฉลี่ยที่คาดหวังหลังจากเกษียณอายุที่ 65 ปี จะอยู่ที่ 17 ปี หากเป็นเพศชาย และ 20 ปี สำหรับเพศหญิง ทั้งนี้การคำนวณค่าใช้จ่ายเพื่อการดูแลรักษาคุณภาพชีวิตได้นำเอาอัตราเงินเฟ้อ 7% ต่อปี มาใช้ในการคำนวณครั้งนี้ด้วย และนอกเหนือจากสมมุติฐานที่ว่านี้ ก็ยังมีอัตราการเพิ่มขึ้นของค่าใช้จ่ายต่างๆ ที่แตกต่างกันไปตั้งแต่ 4% จนถึง 9% อัตราผลตอบแทนหลังหักภาษีที่ 5% สำหรับเงินลงทุน และค่าใช้จ่ายโดยประมาณก็ได้นำเอาค่าเฉลี่ยของผู้เกษียณอายุโดยรวมมาตั้งเป็นสมมุติฐาน ซึ่งค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นจริงอาจจะแตกต่างกันไปขึ้นอยู่กับสุขภาพ ที่อยู่อาศัย และช่วงชีวิตของแต่ละบุคคล
------------------------------------------------------------------------------------