แนวคิดการลงทุน การลงทุนใน
“ ดัชนีพื้นฐาน ” Fundamental Index

          ส่วนดีของการลงทุนดัชนี ซึ่งเป็นที่รู้จักกันดี ก็คืออัตราการผันผวนต่ำ ต้นทุนไม่แพง ความเสี่ยงไม่สูง เพราะการลงทุนประเภทนี้จะมีก็เฉพาะความเสี่ยงของตลาดเพียงอย่างเดียว และคุณก็ยังสามารถติดตามความเคลื่อนไหวของตลาดได้ แต่หนึ่งปัญหาที่อาจจะเกิดขึ้นมาจากคุณสมบัติของดัชนี SET และ SET-50 เป็นดัชนีที่วัดจากน้ำหนักของมูลค่าทรัพย์สินรวม นั่นก็คือมูลค่าตามตลาดของบริษัทจดทะเบียนต่างๆ (ราคาหุ้นคูณกับจำนวนหุ้นทั้งหมด) หากหุ้นขยับตัวสูงขึ้น ดัชนีก็จะขยับตัวสูงขึ้นตามไปด้วย เพราะฉะนั้นในจังหวะที่ตลาดอยู่ในช่วงกระทิง หุ้นที่มีราคาสูงก็จะเข้ามามีบทบาทในตลาดในสัดส่วนที่มากเกินไป ในทางตรงกันข้ามหากตลาดอยู่ในช่วงหมีที่ราคาหุ้นดำดิ่งลงต่ำ ดัชนีก็จะถูกฉุดกระชากจากราคาหุ้นบางตัวมากเกินไปเช่นกัน

          เพื่อที่จะขจัดปัญหานี้ให้หมดไป เราจึงได้คิดค้น “ ดัชนีพื้นฐาน ” Fundamental Index ซึ่งมีขั้นตอนในการเลือกหุ้นเพื่อจัดรวมเข้าในกลุ่มดัชนีที่ประกอบไปด้วยตัวกรองถึง 4 ชั้น โดยเริ่มจากการคัดเลือกหุ้นใหญ่ 50 อันดับแรกตามมูลค่าตลาด หรือดัชนี SET-50 หลังจากนั้นหุ้นทั้ง 50 ตัวก็จะถูกส่งเข้าเครื่องกรองลำดับที่สอง ซึ่งหุ้นเพียงแค่ 4 ตัวในหนึ่งประเภทธุรกิจเท่านั้นที่จะถูกคัดผ่านเข้าไปได้ เมื่อได้หุ้นตามหลักการดังกล่าวแล้ว ตัวกรองชั้นต่อไปก็จะคัดเฉพาะหุ้นของบริษัทจดทะเบียนที่มีผลกำไรหลังหักภาษีที่เป็นบวกและมีการจ่ายเงินปันผลเท่านั้น ส่วนในขั้นตอนการกลั่นกรองชั้นสุดท้าย ก็จะเป็นการคัดเลือกบริษัทที่ให้ผลตอบแทนการลงทุนต่อทุน หรือ Return on Equity ROE ที่มากกว่า 15% เท่านั้น

          หลังจากที่ผ่านการคัดเลือกกลั่นกรองที่เข้มข้น เราก็จะได้หุ้นออกมา 22 ตัว ซึ่งแม้ว่าระดับความเสี่ยง (โดยใช้ความเบี่ยงเบนมาตรฐานเป็นตัววัด) สำหรับ FAM-22 อยู่ที่ 25% สูงกว่าเมื่อเปรียบเทียบกับ SET-50 และ SET ที่ 23% และ 19% ตามลำดับ แต่อัตราผลตอบแทนในช่วง 1-3 ปี ก็สูงกว่าเช่นกัน ทำให้อัตราความเสี่ยงต่อผลตอบแทน หรือ Risk/Return ratio ดูน่าสนใจไม่ใช่น้อย และหากต้องการรายละเอียดของดัชนีพื้นฐานขอให้ท่านเข้าไปเยี่ยมชมในเว๊บไซต์ของเราได้ที่ www.finansa-asset.com