Investment Ideas:
ความขัดแย้งในตะวันออกกลางและราคาน้ำมัน

การต่อสู้ระหว่างอิสราเอลและกลุ่มเฮซบอลเลาะห์ท่ามกลางความขัดแย้งในฉนวนกาซ่าเป็นข่าวสำคัญที่ทั่วโลกต้องจับตาดู

     ถึงการสับประยุทธ์กันครั้งนี้จะห่างจากประเทศไทยมากแต่ผลกระทบทางเศรษฐกิจนั้นเกิดขึ้นแน่นอน อย่างน้อยที่สุดราคาน้ำมันดิบก็ได้ทะยานขึ้นทำระดับราคาสูงสุดไปถึง 77.03 เหรียญ/บาร์เรล (ยังต่ำกว่าราคาของปี 1980 ที่ถ้าคิดเป็นราคาปัจจุบันและปรับอัตราเงินเฟ้อแล้วที่สูงถึง 98.58 เหรียญ/บาร์เรล) ราคาน้ำมันได้ขึ้นมาแล้ว 325 % จากระดับราคา17.45 เหรียญ/บาร์เรลในปี 2001 ซึ่งถ้าราคาน้ำมันยังคงสูงเป็นระยะเวลาพอสมควรแล้วต้องส่งผลลบต่อตัวเลข GDP ของประเทศต่างๆ ไม่น้อยเลยทีเดียว

          ถึงการสับประยุทธ์กันครั้งนี้จะห่างจากประเทศไทยมากแต่ผลกระทบทางเศรษฐกิจนั้นเกิดขึ้นแน่นอน อย่างน้อยที่สุดราคาน้ำมันดิบก็ได้ทะยานขึ้นทำระดับราคาสูงสุดไปถึง 77.03 เหรียญ/บาร์เรล (ยังต่ำกว่าราคาของปี 1980 ที่ถ้าคิดเป็นราคาปัจจุบันและปรับอัตราเงินเฟ้อแล้วที่สูงถึง 98.58 เหรียญ/บาร์เรล) ราคาน้ำมันได้ขึ้นมาแล้ว 325 % จากระดับราคา17.45 เหรียญ/บาร์เรลในปี 2001 ซึ่งถ้าราคาน้ำมันยังคงสูงเป็นระยะเวลาพอสมควรแล้วต้องส่งผลลบต่อตัวเลข GDP ของประเทศต่างๆ ไม่น้อยเลยทีเดียว

          ในสถานการณ์เช่นนี้ ผู้ลงทุนทั้งหลายควรที่จะเข้าใจธรรมชาติของเหตุการณ์ที่มักจะเกิดขึ้นในตะวันออกกลางทั้งในระยะสั้นและระยะยาว ในระยะสั้นนั้น แม้ว่าโอกาสที่ความขัดแย้งอาจจะขยายตัวออกไปได้แต่สหประชาชาติคงจะเข้ามาแทรกแซงเพื่อให้เกิดการหยุดยิงได้โดยเร็ว ซึ่งเหตุการณ์ยังไม่ลุกลามไปถึงซีเรียหรืออิหร่านจนอาจจะดึงสหรัฐอเมริกาเข้ามาด้วยในที่สุด ส่วนในระยะยาวที่ยากในการประมาณการ เนื่องจากยังไม่มีใครเห็นทางออกของปัญหานี้ คำแนะนำสำหรับผู้ลงทุนก็คือ ควรมีพอร์ตการลงทุนที่มีการกระจายความเสี่ยงให้มาก โดยกระจายไปยังภูมิภาคต่างๆ ในสินทรัพย์หลายๆ ประเภทที่รวมไปถึงสินค้าโภคภัณฑ์ และที่สำคัญคือ ควรลงทุนเพื่อหวังผลตอบแทนในระยะยาวเป็นหลัก

ยิ่งมีระยะเวลาให้กับการลงทุนยิ่งมาก โอกาสขาดทุนยิ่งน้อย

ท่านที่ติดตาม Wealth Explorer มาเป็นประจำคงทราบดีว่าเราย้ำเรื่องการลงทุนเพื่อหวังหลในระยะยาวมาโดยตลอด ระยะเวลาในการลงทุนมีผลโดยตรงต่อผลการดำเนินงานของพอร์ตไม่น้อยเลยทีเดียว จากตารางที่ 1 ซึ่งแสดงให้เห็นว่า ถ้าลงทุนในตลาด S&P500 เพียงวันเดียว จะมีโอกาสขาดทุนถึง 46 % และโอกาสขาดทุนจะน้อยลงเรื่อยๆ เมื่อมีเวลามากขึ้น

Chart 1: Probability of Negative Absolute Return for the S&P 500 (Rolling Total Returns, January 1985 through June 2006)

ที่มา : Merrill Lynch Investment Strategy